ข้อสังเกตในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายทางการเกษตร

     
     กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้ควบคุมและกำกับตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 มีวัตถุอันตรายทางการเกษตร 654 ชนิด จำนวน 546 ชนิด เป็นวัตถุ
อันตรายชนิดที่ 3 ที่ผู้ประกอบการต้องขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาต มีการขึ้นแล้ว 345 ชนิด มีการนำเข้าวัตถุอันตรายจาก 42 ประเทศ ปริมาณ 79,570 ตัน
มูลค่า 9,801 ล้านบาท มีชื่อทางการค้าทั้งหมด 21,055 ชื่อ วัตถุอันตรายทางการเกษตร บางชนิดมีชื่อการค้ามากกว่า 500 ชื่อ ทำให้เกษตรกรสับสน จึงมีความ
จำเป็นที่เกษตรกรจะต้องมีข้อสังเกตในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายทางการเกษตรที่มีวางขายในท้องตลาด เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพนำไปฉีดพ่น
ไร่นาต่อไป ดังนี้

1. ซื้อจากร้านที่มีใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย (วอ.8)

2. ภาชนะบรรจ

     2.1 ฝาปิดต้องมีตราสัญลักษณ์ของผู้ผลิต

     2.2 ขนาดบรรจุของภาชนะจะต้องตรงกับฉลาก

     2.3 ฉลากข้างขวดจะต้องประกอบด้วย ชื่อการค้า ชื่อสามัญ ชื่อทางเคมี เลขทะเบียนวัตถุอันตรายที่ออกให้โดยกรมวิชาการเกษตร ขนาดบรรจุ วัน เดือน ปีที่ผลิต อัตราส่วนผสมและลักษณะ คำเตือน เครื่องหมายแสดงวัตถุประสงค์การใช้ ชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า พร้อมสถานที่ตั้ง อาการเกิดพิษ การแก้พิษ มีสีสดใส และพลาสติกหุ้มขวด ผู้ใดขายวัตถุอันตรายโดยไม่มีฉลากหรือมีฉลาก แต่ฉลากหรือการแสดงไม่ถูกต้อง ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน
ห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3. ลักษณะการซื้อขายที่ต้องระวัง

     3.1 ราคาถูกกว่าผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการอื่นๆ

     3.2 มีการโฆษณา และลดแลกแจกแถมมากมาย

     3.3 วางจำหน่ายที่มีการซ่อนเร้นปิดบัง

4. ลักษณะทางกายภาพ

     วัตถุอันตรายที่เป็นของเหลว จะต้องมีการตกตะกอนหรือมีการแยกชั้น

5. ผู้ค้าเร่

     คือผู้จำหน่ายที่ไม่มีสถานที่จำหน่ายที่แน่นอน ผิดกฎหมาย ฝ่าฝืน ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

6. วัตถุอันตรายชนิดที่ 4

     ห้ามมิให้ผลิต นำเข้า ส่งออก และมีไว้ในครอบครอง ตามประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันได้ประกาศเลิกใช้แล้ว 96 ชนิด 2 ชนิดสุดท้าย ได้แก่ พาราไทออน-เมทธิล และเอ็นโดซัลแฟน ผู้ฝ่าฝืนระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

7. ข้อสังเกตเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับฉลากที่ไม่ถูกต้อง

     7.1 ต้องมีเลขทะเบียนวัตถุอันตราย

     7.2 ต้องระบุผู้ผลิต ผู้จำหน่าย

     7.3 มีวัน เดือน ปี ที่ผลิตหากเกิน 2 ปี ตัวยาจะเริ่มเสื่อมสภาพ

     7.4 ฉลากที่เป็นกระดาษขาวติดข้างขวด ข้อความมีรายละเอียดไม่ครบ

 

ข้อมูลโดย เกี่ยง ตู้แก้ว/ นิทัศน์ กาญจนา

สวพ.5